สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทอดพระเนตรความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการผลิตข้าวพันธุ์พระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” และโครงการ “รวมกันสู้อยู่อย่างพร้อม”

เวลา 09.27 น. วันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดบ้านคลอง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ทอดพระเนตรความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการผลิตข้าวพันธุ์พระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” และโครงการ “รวมกันสู้อยู่อย่างพร้อม” ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ราษฎรในตำบลหนองทรายขาว และตำบลพุคา อำเภอบ้านหมี่ เข้าร่วมโครงการฯ หลังเกิดเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ เมื่อปี 2554 เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับภาวะวิกฤต สร้างความแข็งแรงมั่นคงทางด้านอาหาร และเป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพสำรอง พระราชทานแก่ผู้ประสบอุทกภัย

ในการนี้ ทอดพระเนตรบ่อบาดาลพระราชทานภายในวัด ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล นำเครื่องมือไปขุดเจาะ เมื่อเดือนมิถุนายน 2560 เพื่อทดแทนบ่อเดิมที่ตื้นเขินในระดับความลึก 100 เมตร โดย 1 ชั่วโมงสามารถสูบน้ำได้ 8,000 ลิตร นอกจากนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยังได้เตรียมพร้อมนำรถผลิตน้ำดื่มเคลื่อนที่ไปให้บริการเมื่อเกิดภาวะน้ำท่วม สามารถผลิตน้ำดื่มได้ 1,000 ลิตรต่อชั่วโมง

จากนั้น ทรงเยี่ยมกลุ่มพัฒนาสตรีและครอบครัวบ้านคลอง ปัจจุบันมีสมาชิก 30 ราย ซึ่งจะใช้เวลาว่างจากการทำนาผลิตกระเป๋าผ้าเพื่อเป็นรายได้เสริม โดยมูลนิธิชัยพัฒนาได้เข้ามาส่งเสริม พัฒนารูปแบบให้มีความทันสมัยและสวยงาม โดยใช้ผ้าทอมือลายผ้าขาวม้าจากกลุ่มทอผ้าโนนโพธิ์ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งมีสีสันสวยงาม ตัดเย็บเป็นกระเป๋ารูปแบบต่าง ๆ ส่งไปจำหน่ายที่ร้านจันกะผัก ในจังหวัดเชียงรายและกรุงเทพมหานคร

เวลา 10.05 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านโคก ตำบลพุคา อำเภอบ้านหมี่ ทรงฟังบรรยายสรุปเรื่องการเลี้ยงแพะพันธุ์แบล็คเบงกอล และแพะลูกผสมแบล็คเบงกอลพระราชทาน ที่มูลนิธิชัยพัฒนานำพันธุ์จากจังหวัดเชียงราย มอบให้นางถาวร ศูนย์ปาน ทดลองเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม 16 ตัว เริ่มเลี้ยงเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปัจจุบันให้ลูกแล้ว 6 ตัว

จากนั้น ทอดพระเนตรแปลงนาของนางสาวสีดา นรสิงห์ เกษตรกร ตำบลพุคา ที่เข้าร่วมโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” ของศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดสระบุรี นางสาวสีดา เป็นเกษตรกรรายแรกที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่ปี 2555 ปลูกข้าวพันธุ์สุพรรณบุรี 1 ใช้วิธีปักดำ ทำให้ตรวจสอบวัชพืชและข้าวเรื้อได้ง่าย กำจัดข้าวปน ข้าวดีด และวัชพืชออกเป็นระยะ ปัจจุบันผลผลิตมีคุณภาพผ่านเกณฑ์ ไม่มีข้าวปน ข้าวดีด ความรู้ความชำนาญในการปลูกข้าวแบบปราณีตที่สั่งสมมายังต่อยอดไปเผยแพร่ให้สมาชิกรายอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่จังหวัดลพบุรี เชียงราย และพิษณุโลก เป็นคณะกรรมการควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว ถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่เตรียมแปลงนาจนถึงการเก็บเกี่ยว

เวลา 10.43 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรแปลงนาของว่าที่ร้อยตรีณรงค์ฤทธิ์ ทองดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพุคา อำเภอบ้านหมี่ ที่ตั้งใจผลิตพันธุ์ข้าวพระราชทานได้ผลผลิตดี มีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญช่วยสร้างขวัญกำลังใจให้เกษตรกรร่วมกันอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทำนาแบบดั้งเดิม ทำนาแบบชีวภาพ เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า หากทำอย่างปราณีต ใส่ใจดูแลทุกขั้นตอน ลดการใช้สารเคมี ผลผลิตที่ได้จะงอกงามดี มีคุณภาพ ปัจจุบันราษฎรตำบลพุคา และตำบลหนองทรายขาว อำเภอบ้านหมี่ เป็นสมาชิกโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” ของศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดสระบุรี 30 คน พื้นที่เพาะปลูกประมาณ 574 ไร่ มีคณะกรรมการบริหารงานภายในกลุ่ม เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมมีประสิทธิภาพมากที่สุด พันธุ์ข้าวที่ได้มาตรฐานจะนำไปเป็นข้าวพันธุ์พระราชทานของมูลนิธิชัยพัฒนา สมาชิกจะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นจากราคาข้าวของกรมการค้าภายใน เป็นรางวัลที่สามารถผลิตข้าวได้ประณีต มีคุณภาพ

เวลา 11.10 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรและทรงติดตามการดำเนินงานโครงการ “รวมกันสู้ อยู่อย่างพร้อม” ณ บริเวณริมคลองชัยนาท-ป่าสัก ฝั่งซ้าย ตำบลพุคา ซึ่งเป็นโครงการนำร่องที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิชัยพัฒนา จัดทำขึ้นเมื่อปี 2554 เพื่อเตรียมการตั้งรับอุทกภัยให้กับชุมชนที่ประสบภัย โดยศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ เป็นผู้ดำเนินโครงการโดยยึดหลักสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง จัดหาพื้นที่อพยพให้กับผู้ประสบภัยในชุมชน เตรียมเสบียงอาหารและน้ำดื่ม เพื่อให้ราษฎรพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้น โดยร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลพุคา เนื่องจากชุมชนดังกล่าวประสบอุทกภัยในปี 2551-2554 มีน้ำท่วมขังนาน 1-3 เดือน เป็นเวลา 4 ปี ติดต่อกัน 4 หมู่บ้าน ราษฎร 636 ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อน ที่ผ่านมาศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดสระบุรี ได้ส่งเสริมสนับสนุนด้านอาชีพใน 7 โครงการ คือ โครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานเพื่อนช่วยเพื่อน มีสมาชิก 30 คน พื้นที่เพาะปลูก 574 ไร่ ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว 2 สายพันธุ์ คือ ปทุมธานี 1 และสุพรรณบุรี 1, โครงการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชไร่พระราชทาน ผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว มีสมาชิก 21 คน พื้นที่ปลูก 514 ไร่ โครงการรวบรวมไม้ผลพันธุ์ดีพระราชทานจากวังสระปทุม ซึ่งได้แจกจ่ายให้ราษฎร 43 ชุมชน นำไปปลูก รวม 58 ชนิด 17,245 ต้น, โครงการผลิตผักปลอดภัยภายใ้ต้มาตรฐานจีเอพี, โครงการเครื่องจักรเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย, โครงการรวมกันสู้ อยู่อย่างพร้อม, และโครงการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งได้พัฒนาและผลิตเมล็ดพันธุ์ผักและพืชที่มีคุณภาพดี สนับสนุนโครงการไว้แจกจ่ายให้สมาชิกในชุมชน รวมทั้งให้คำปรึกษาวิธีการปลูกผักสวนครัวให้ชุมชนเพื่อเป็นเสบียงของชุมชนเตรียมความพร้อมรับมือกับอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ในการนี้ ทรงมีพระราชดำรัสกับสมาชิกเกษตรกรกลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน เพื่อนช่วยเพื่อน อำเภอบ้านหมี่ ถึงความร่วมมือของสมาชิกที่ได้ร่วมกันทำงานจนได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะการลดการใช้สารเคมี ซึ่งนอกจากจะเป็นการลดต้นทุนการผลิตแล้ว ยังเป็นผลดีต่อสุขภาพของเกษตรกร และผู้บริโภค จึงควรจะหันมาใช้ปุ๋ยธรรมชาติที่ผลิตขึ้นไว้ใช้เอง และเรื่องของสุขภาพอนามัยเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เกษตรกรจึงจำเป็นต้องได้รับข้อมูลที่ถูกต้องในการผลิตและขยายผลออกไปในกลุ่มสมาชิกผู้ผลิตทั้งหลายเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ และปลอดภัย

นอกจากนี้ สมาชิกยังได้รับการสนับสนุนพ่อแม่พันธุ์ปลานิลจิตรลดา และอบรมเทคนิคการเลี้ยงปลานิลแก่ชุมชนในพื้นที่ รวมทั้งจัดตั้งโรงสีข้าวขนาดเล็ก และสร้างยุ้งข้าวชุมชน ตลอดจนจัดตั้งเครื่องผลิตน้ำดื่มที่เหมาะสมให้แก่ชุมชน และฝึกให้สมาชิกสามารถผลิตน้ำสะอาดเพื่อบริโภค ชุมชนดังกล่าวเป็นต้นแบบสำหรับราษฎรที่เสียสละพื้นที่เป็นแก้มลิงให้น้ำท่วมขัง แต่ราษฎรยังมี ข้าว ปลา อาหาร และน้ำดื่มที่สะอาด บริโภคเป็นการวางแผนเชิงรุกให้ชุมชนเตรียมพร้อม สามารถอยู่รอดได้ในวิกฤตอุทกภัยที่กินเวลาแรมเดือนและเป็นการสนับสนุนให้ราษฎรร่วมมือร่วมใจ สร้างความสามัคคี ช่วยเหลือและแบ่งปันกัน สามารถนำไปเผยแพร่แก่ชุมชนอื่น ๆ ที่ประสบอุทกภัยในลักษณะเดียวกันต่อไป

About ผู้ดูแลเว็บไซต์

View all posts by ผู้ดูแลเว็บไซต์ →